ทำไม? ฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการดูหนังสำเร็จกว่าฝึกฝนจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังออนไลน์ ดูหนังผ่านเน็ต อยู่บ้านก็สามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษเห็นผลกว่า ฝึกหัดจากหนังสือนะ ทำไม รู้มั้ย เวลาพวกเราเรียนหรือฝึกภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ พออ่านไปครู่หนึ่งพวกเราก็คงรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้เราเรียนรู้ได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นเป็นการดูหนังอย่างไรล่ะ การฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นเยี่ยมในแนวทางที่จะทำให้ภาษาอังกฤษเราดีขึ้นแบบกก้าวกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกอยู่แล้ว และมันจะดีเยี่ยมถ้าเกิดพวกเราสนุกสนานไปด้วยทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไปด้วย ดูหนังออนไลน์ และนี่เป็นเหตุผล ที่เพราะเหตุไรการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงสำเร็จกว่า การฝึกฝนจากหนังสือ เหตุผลเหล่านั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน 1. เนื่องจากว่าการดูหนังมันสนุกกว่า การศึกษาไปพร้อมๆกับความสนุกสนานร่าเริง ย่อมดีมากกว่าศึกษาแบบน่าเบื่อเสมอ ยิ่งถ้าได้ดูหนังที่ชอบแล้วด้วย จำพวกที่แบบคิดออกทุกอารมณ์แล้วก็คำกล่าว ก็ยิ่งศึกษาได้เร็ว แล้วก็ทำให้พวกเราจำแบบประโยคได้ว่า อารมณ์อย่างงี้ เราเอาคำพูดเท่ๆแบบนี้มาพูดได้นะ การดูหนังที่สนุกสนานและตนเองชอบ จะช่วยให้เราศึกษาได้เร็วขึ้นจริงๆเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือ 2. ได้คำคม/คำพูดเอาไปใช้ได้ต่อแบบหรูๆและก็นึกออกแน่ๆ หนังหลายๆเรื่องชอบมีคำคม รวมทั้งให้แง่คิดกับพวกเราเสมอ พวกเราสามารถศึกษาภาษาอังกฤษจากคำคมเหล่านั้นได้ หรือนำคำคมเหล่านั้น มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันพวกเราก็ยังได้ เช่น หากผู้ใดเคยดูเรื่อง Spider Man รวมทั้งชอบประเด็นนี้ คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก คำคมคำนี้ สามารถเอาคำคมนี้ไปใช้บอกเวลาที่ต้องรับผิดชอบงานอะไรที่มันใหญ่มหึมาได้ ฮ่าๆ “With great power comes great […]

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อผ่านความทุกข์แห่งยุคสมัย

ดูหนังออนไลน์ คนไหนกันกำลังหา ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากเชื้อไวรัสวัววิดแบบงี้ ต้องตามมาทางนี้ เนื่องจากเราจะมาชักชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดค้นพบความหมายของชีวิต คนไม่ใช่น้อยอาจจะเคยรับรู้คำบอกเล่าที่ว่าการดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของเราสะอาดขึ้น เพราะฉะนั้น หลายๆครั้งการเรียนถึงวิถีทางของการแก้ปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตัวเองได้ รวมทั้งในตอนท้าย หากแม้เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องอาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แต่อย่างน้อยเราก็เชื่อว่าช่วงเวลาของหนังที่มีมุมมองด้านบวกสักเรื่องนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนจบ จิตใจของเรากำลังถูกปลอบประโลมทีละเล็กละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้ 1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์ ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การนาซานั้นอาจไม่มีผู้ใดหนักหน่วงเท่าอีกแล้ว โน่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว และแง่คิดสำคัญของหนังเรื่องนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะบกพร่องจนคุณพูดว่า นี่แหละ นี่คือจุดจบของฉัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณเพียงแค่เริ่มต้น คิดคำนวณ แก้ไขปัญหาแรกให้ได้ และหลังจากนั้นก็ค่อยแก้ไขปัญหาต่อไป และจากนั้นก็ถัดไป เมื่อคุณแก้ปัญหาได้มากพอ สุดท้ายคุณจะได้กลับบ้าน” 2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเปล่าเปลี่ยวในใจของ ฮิโรโกะ วาตานาเบะ แล้วก็ความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด […]